Kesha เผยถึงการต่อสู้กับโรควิตกกังวลและซึมเศร้า – หากเธอทำได้ คุณก็ทำได้

Kesha เรียกร้องให้ยุติการตรีตราผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยเปิดใจพูดเรื่องโรควิตกกังวลและซึมเศร้า ต่อไปนี้คือ 7 สัญญาณเตือน ให้คุณเปิดใจพูดเรื่องอาการป่วยทางจิตของตัวเอง

Kesha เผยถึงการต่อสู้กับโรควิตกกังวลและซึมเศร้า

การตีตราผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้ายอมรับการรักษา ผู้ป่วยหลายรายต้องทนทุกข์ทรมานกับการปกปิดโรควิตกกังวลหรือซึมเศร้าไว้เป็นความลับ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว มีทางเลือกในการรักษาที่เข้าถึงได้ง่ายอยู่มากมาย การถูกตีตราจากคนอื่นในสังคมทำให้คนไม่กล้าพูดเรื่องนี้ ดังนั้นก้าวแรกของการเอาชนะการถูกตีตราก็คือการยอมรับและเปิดปากพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหมือนกับที่ Kesha ทำ

 Kesha ให้สัมภาษณ์กับ Billboard magazine ในปี 2016 เกี่ยวกับการต่อสู้กับอาการป่วยทางจิตของเธอ เธอเชื่อว่าการออกมาพูดเรื่องนี้จะเป็นการสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยคนอื่นๆได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ทนทุกข์อยู่คนเดียว “การเข้มแข็งเพื่อเอาชนะการถูกตีตราไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันคิดว่าการที่ตัดสินใจออกมาพูดเรื่องราวของตัวเอง อาจเป็นการช่วยคนอื่นให้หลุดพ้นจากความทุกข์” เธอกล่าว  ทั้งนี้  Kesha ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านการกิน ได้กล้าออกมาส่งเสียง

7 สัญญาณเตือนว่าคุณควรจะเปิดใจพูดเรื่องอาการป่วยทางจิตของตัวเอง

1. คุณมีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายที่ไม่ทราบสาเหตุ

ความเจ็บปวดทางอารมณ์อาจส่งผลทำให้ร่างกายเจ็บป่วย การปวดหัว เสื่อมสมรรถนะทางเพศ หมดแรง เป็นหวัดเรื้อรัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุนั้น อาจมีสาเหตุมาจากภาวะซึมเศร้า  เช่นเดียวกับที่ความกังวลจะทำให้เกิดอาการวิงเวียน มีปัญหาในกระเพาะอาหาร หายใจสั้น และเจ็บหน้าอก  ดังนั้นถ้าคุณมีอาการผิดปกติทางร่างกายแต่ไม่สามารถหาสาเหตุได้  คุณอาจจะต้องหันกลับมาค้นหาสาเหตุที่มีต้นตอมาจากปัญหาสุขภาพจิต

2. ชีวิตการงานของคุณเริ่มมีปัญหา

ลองสังเกตุดูว่าศักยภาพในการทำงานของตัวคุณเองลดลงบ้างไหม คุณส่งงานไม่ทันกำหนด หรือทำงานไม่ได้คุณภาพตามเป้าไหม ภาวะซึมเศร้าสามารถกระตุ้นให้เกิดการเหม่อลอย ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และการตัดสินใจ  ความวิตกกังวลก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อศักยภาพการทำงานเช่นกัน เพราะมันทำให้คุณรู้สึกไม่สามารถรับมือและจัดการกับทุกสิ่งได้  การที่คุณมีความกังวลอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประสิทธิผลของงาน ส่งผลทำให้เกิดการเข้างานช้า และขาดงานบ่อยๆ

3.  ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวเริ่มมีปัญหา

ทั้งความกังวล และภาวะซึมเศร้าสามารถส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบตัว คุณให้ความสนใจผู้คนรอบตัวน้อยลง หรือหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม พฤติกรรมเช่นนี้ อาจทำให้คนที่เป็นห่วงคุณไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงปฏิเสธพวกเขา และอาจทำให้เขาไม่พอใจคุณ เช่นเดียวกันโรคซึมเศร้าจะทำให้คุณหงุดหงิด และระเบิดอารมณ์ได้ง่ายๆ

4.  คุณหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เคยชอบ

สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าคือ คุณไม่สามารถหาความสุขได้จากสิ่งหรือกิจกรรมที่เคยชอบ สืบเนื่องมาจากความวิตกกังวลที่ครอบครองคุณในทุกเรื่อง แม้กระทั่งกิจกรรมที่เคยชอบ คุณกลับวิตกกังวลจนไม่สามารถหาความสุขจากมันได้อีก

5.  พฤติกรรมการนอนของคุณเปลี่ยนไป

ถ้าคุณนอนไม่หลับเพราะคิดมาก หรือเกิดความรู้สึกสิ้นหวังจนไม่สามารถผ่อนคลายได้ นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าสุขภาพจิตของคุณกำลังมีปัญหามากกว่าที่คิด  ในทางกลับกัน ถ้าคุณรู้สึกอยากนอนอย่างเดียว และแทบจะไม่สามารถบังคับตัวเองให้ลุกจากเตียงได้ สิ่งนี้ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกการเป็นโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกัน

6.  คุณกินอาหารได้น้อยลงหรือมากกว่าปกติ

ความกังวลทำให้คุณรู้สึกไม่สงบ ประหม่า ท้องไส้ปั่นป่วน อาการเช่นนี้จะทำให้คุณไม่อยากกินอะไร อย่างไรก็ดี สำหรับบางคนแล้วความเครียดที่เกิดจากการกังวล อาจทำให้เขากินมากขึ้นจนผิดปกติ คนเป็นโรคซึมเศร้าก็มีอาการแบบเดียวกัน บางคนเบื่ออาหาร ในขณะที่บางคนกลับติดใจความรู้สึกที่ได้จากการกินอาหาร จนไม่อยากจะหยุดกิน เพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับความรู้สึกสุขแบบนั้นไปตลอด

7.  คุณหันไปพึ่งแอลกอฮอล์และยาเสพติด

ถ้าคุณพบว่าตัวเองกำลังใช้แอลกอฮอล์และยาเสพติดช่วยแก้ปัญหาในเวลาที่รู้สึกแย่  จงรีบหยุดมันซะ! ถึงแม้ว่ามันจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดีในช่วงขณะหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น และมันจะดึงคุณลงไปสู่จุดที่แย่กว่าเดิม  การใช้สารเสพติดอาจบานปลายไปสู่การใช้ที่เป็นอันตรายได้  หลายคนเลยเถิดจนกระทั่งติดสารเสพติด    การเสพติดและอาการป่วยทางจิตเป็นสองสิ่งที่เสริมแรงกัน ต่างก็เป็นปัญหาที่จะฉุดคุณให้ตกต่ำลงไปอีก  ถ้าคุณพบว่าตัวคุณเคยหันไปพึ่งสารเสพติด นั่นคือสัญญาณเตือนว่าคุณควรจะเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสพติด

เหตุผลที่คุณควรพูดถึงเรื่องสุขภาวะของตัวเอง เช่นเดียวกับ Kesha

ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าและโรคเครียดมักจะรู้สึกโดดเดี่ยว และคิดว่าตัวเองต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว ผนวกกับการตรีตราจากสังคมที่มักจะมองผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติทางจิตในแง่ลบ การที่ Kesha เป็นบุคคลสาธารณะและออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับโรคของตัวเอง แน่นอนเธอสามารถช่วยคนอื่นได้อีกหลายคน แต่การที่คุณกล้ายอมรับและเปิดเผย อาจจะทำให้คุณสามารถช่วยผู้คนที่อยู่รอบตัวคุณได้เช่นกัน เพราะปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่อยู่รอบตัวเราทุกคน

สถานที่สำหรับการปรับพฤติกรรมจากโรคเครียดและโรคซึมเศร้า

หากคุณพร้อมที่จะหันมาดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง เดอะ เคบิน กรุงเทพฯ สามารถให้คำแนะนำคุณได้ เรามีนักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและสนับสนุน เราพร้อมจะช่วยเหลือคุณแบบองค์รวมในการดูแลสุขภาวะทางจิต เช่น ความผิดปกติทางอารมณ์ ความวิตกกังวล ความผิดปกติทางบุคลิกภาพ และอาการซึมเศร้า  ติดต่อเราวันนี้ เบอร์ 02 – 107 – 2545 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือภาวะผูกพันใดใดทั้งสิ้น ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10:00น. – 19:00น. ค่ะ

Like what you read? For similar content Sign up here

  • This field is for validation purposes and should be left unchanged.